การประกันภัยขนส่งสินค้าผู้นำเข้าและผู้ส่งออก

การประกันภัยขนส่งสินค้าผู้นำเข้าและผู้ส่งออก

- ท่านสามารถช่วยประเทศชาติในการสงวนเงินตราต่างประเทศอย่างน้อยปีละไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทเพียงท่านเลือกทำประกันภัยคุ้มครองสินค้ากับบริษัทประกันภัยภายในประเทศ
- ในปัจจุบันโลกแห่งการค้านั้นไร้พรมแดนบริษัทประกันภัยภายในประเทศไทยมีศักยภาพในการคุ้มครองและชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในกรณีที่สินค้าของท่านได้รับความเสียหายไม่ว่าสินค้าของท่านจะส่งออกไปหรือนำเข้ามาจากที่ใดในโลกก็ตาม

ประโยชน์ของการทำประกันภัยไว้ในประเทศ

- เบี้ยประกันภัย คิดเป็นเงินบาท หมดกังวลเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน
- อัตราเบี้ยประกันภัยถูกกว่าการทำประกันภัยในต่างประเทศ และสามารถต่อรองค่าเบี้ยประกันภัยได้
- หากเกิดความเสียหายกับสินค้าสามารถรับค่าสินไหมทดแทนได้สะดวกรวดเร็วไม่ยุ่งยากในการดำเนินการ
- สงวนเงินตราไว้ในประเทศ โดยผู้นำเข้าใช้เงื่อนไขการซื้อขายระหว่างประเทศแบบ FOB หรือ CFR และผู้ส่งออกใช้เงื่อนไขการซื้อขายระหว่างประเทศแบบ CIF

เงื่อนไขการซื้อขายระหว่างประเทศ

ในปัจจุบันเงื่อนไขการซื้อขายระหว่างประเทศ มีหลายรูปแบบ แต่ที่นิยมใช้กันมี 3 แบบ ดังนี้
F O B(Free On Board)ผู้ขายผู้ซื้อ
รับผิดชอบเพียงนำสินค้าลงเรือที่ต้นทางเท่านั้นรับผิดชอบค่าระวางเรือ และค่าประกันภัย
C F R(Cost & Freight)ผู้ขายผู้ซื้อ
รับผิดชอบเพียงนำส่งสินค้าลงเรือที่ท่าต้นทาง และค่าระวางเรือรับผิดชอบค่าประกันภัย
C I F(Cost Insurance & Freight)ผู้ขาย
รับผิดชอบส่งสินค้าลงเรือที่ท่าต้นทาง รวมค่าระวางเรือ และค่าประกันภัย

เอกสารที่ใช้ในการพิจารณารับประกันภัย

- Letter of Credit หรือ L/C กรณีที่เป็นการส่งออกที่มี L/C เข้ามาเกี่ยวข้อง
- Invoice หรือใบกำกับราคาสินค้า
- Bill of Lading หรือ B/L กรณีขนส่งทางทะเล
- Air Waybill หรือ AWB กรณีขนส่งทางอากาศ
- Packing List หรือ ใบแสดงรายการหีบห่อสินค้า

ตารางเปรียบเทียบความคุ้มครองข้อกำหนดการประกันภัย
INSTITUTE CARGO CLAUSES (A), (B) และ (C)

การสูญเสียหรือความเสียหาย
ของสินค้าที่เอาประกันภัยที่เกิดจาก
ICC
ABC
อัคคีภัย ภัยระเบิด
เรือจม เกยตื้น เรือล่ม เรือชนกัน
ยานพาหนะบนบกพลิกคว่ำ หรือตกราง
การขนสินค้าลงที่ท่าระหว่างทางซึ่งใช้หลบภัย
การเสียสละในความเสียหายทั่วไป (GA)
การโยนสินค้าลงทะเลในขณะที่เรือประสบภัย
ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงหรือบรรเทาความเสียหาย
แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด ฟ้าผ่า
สินค้าถูกคลื่นซัดตกทะเล
สินค้าเสียหายอย่างสิ้นเชิงทั้งหีบห่อที่เกิดขึ้นขณะขนขึ้นหรือลงจากเรือหรือระหว่างถ่ายลำเรือ
สินค้าเปียกน้ำเนื่องจากน้ำทะเล หรือน้ำในแม่น้ำเข้าสู่ระวางเรือหรือเข้าตู้คอนเทนเนอร์ หรือน้ำในแม่น้ำท่วมเข้าสถานที่เก็บสินค้า (ไม่รวมน้ำฝน)
เปียกน้ำฝน
การกระทำด้วยความมุ่งร้ายของบุคคลอื่นๆ
การปล้นโดยโจรสลัด
การลักขโมย
อุบัติเหตุอื่นๆ ที่ไม่เข้าข่ายดังกล่าวข้างต้น เช่น แตก หัก ฉีกขาด เปื้อน ภาชนะบุบสลายทำให้สินค้ารั่วไหล ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการขนส่ง
= คุ้มครอง = ไม่คุ้มครอง
การประกันภัยสินค้าที่ขนส่งภายในประเทศ

การประกันภัยสินค้าที่ขนส่งภายในประเทศ

- การประกันภัยสินค้าที่ขนส่งจากสถานที่แห่งหนึ่งไปยังสถานที่อีกแห่งหนึ่งหรือหลายแห่งภายในอาณาเขตประเทศไทย โดยผู้เอาประกันภัยจะต้องเป็นเจ้าของ สินค้าซึ่งอยู่ในฐานะเป็นผู้ขนสินค้าเอง หรือว่าจ้างบริษัทขนส่งเป็นผู้ขนส่งสินค้า ด้วยยานพาหนะที่ระบุในตารางกรมธรรม์ประกันภัย
- สินค้าที่เอาประกันภัย หมายความถึง สังหาริมทรัพย์ทุกชนิดที่ได้ระบุไว้ในรายการสินค้าที่เอาประกันภัย และรายละเอียดการขนส่งไม่รวมตู้คอนเทนเนอร์และสัตว์มีชีวิต

กรมธรรม์ประกันภัยสินค้าที่ขนส่งภายในประเทศ

แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
- กรมธรรม์ประกันภัยแบบคุ้มครองความเสี่ยงภัยทุกชนิด
- กรมธรรม์ประกันภัยแบบระบุภัย

ประเภทของกรมธรรม์ประกันภัย

แบบกำหนดเวลา
(TIME POLICY)
ให้ความคุ้มครองตามระยะเวลาคุ้มครองที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย ผู้เอาประกันภัยสามารถกำหนดวันและเวลาคุ้มครองได้ตามที่ต้องการ ยกเว้นเวลาสิ้นสุดของกรมธรรม์และเวลาคุ้มครองได้ตามที่ต้องการ ยกเว้นเวลาสิ้นสุดของกรมธรรม์ประกันภัยที่บริษัทประกันภัยจะกำหนดเป็นมาตรฐานไว้ที่เวลา 12.00 น.
แบบขนส่งเฉพาะเที่ยว
(VOYAGE POLICY)
ให้ความคุ้มครองสินค้าเฉพาะเที่ยว ความคุ้มครองจะสิ้นสุดเมื่อสินค้าถึงจุดหมายปลายทาง หรือครบกำหนดระยะเวลาตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย แล้วแต่เหตุการณ์ใดเกิดขึ้นก่อนหากมีการขนส่งสินค้าเที่ยวใหม่ ผู้เอาประกันภัยต้องแจ้งให้บริษัทประกันภัยทราบ เพื่อออกกรมธรรม์ประกันภัยฉบับใหม่

ตารางความคุ้มครองภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยสินค้าที่ขนส่งภายในประเทศ

ความคุ้มครองภายใต้กรมธรรม์
ประกันภัยสินค้าที่ขนส่งภายในประเทศ
แบบคุ้มครอง
ความเสี่ยงภัยทุกชนิด
แบบระบุภัย
อัคคีภัย การระเบิด ฟ้าผ่า
ยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่งหรือสินค้าประสบอุบัติเหตุชนหรือโดนกับยานพาหนะอื่นหรือสิ่งอื่นนอกยานพาหนะ และหัวลาก หางลาก รถพ่วงของยานพาหนะเอง
เรือจม เกยตื้น เครื่องบินตก รถไฟตกราง รถ หรือ หัวลาก หางลาก รถพ่วง เกิดการพลิกคว่ำ ตกถนน สะพานหรือไหล่ทาง
ความเสียหายหรือความสูญเสียโดยสิ้นเชิงหรือบางส่วนของสินค้าที่เอาประกันภัยอันเกิดจากอุบัติเหตุ หรือสาเหตุภายนอกที่นอกเหนือจากภัยที่ระบุไว้ในข้อ 1 ถึง 3
ความเสียหายทั่วไป (GENERAL AVERAGE) ส่วนเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป และค่ากู้ภัยที่ผู้เอาประกันภัย จะต้องชดใช้ตามประเพณีปฎิบัติหรือตามกฎหมาย
การลักทรัพย์ การวิ่งราวทรัพย์ การชิงทรัพย์ หรือการปล้นทรัพย์ที่เกิดขึ้นกับสินค้าที่เอาประกันภัย ณ จุดเกิดเหตุ อันเป็นผลสืบเนื่องจากภัยที่คุ้มครอง
ภัยสงคราม การใช้อำนาจรัฐตามกฎหมาย ภัยนัดหยุดงาน สงครามกลางเมือง การกบฎ การปฎิวัติ การรัฐประหารการก่อการร้าย จลาจล การแข็งข้อหรือการต่อสู้ของประชาชน การประกาศกฎอัยการศึก ทุ่นระเบิด ตอร์ปิโด อาวุธสงคราม อื่นใด การปิดงานงดจ้าง
สภาพของยานพาหนะ การบรรทุกหรือลากจูงเกินขนาด ผิดหลักการขนส่งและ การจัดระวาง ซึ่งผู้เอาประกันภัย ลูกจ้างหรือตัวแทนรู้ถึงสภาพนั้นในเวลาส่งมอบสินค้าให้ผู้ขนส่ง
การเสื่อมสภาพโดยธรรมชาติของสินค้าเอง
การรั่วไหลหรือการสึกหรอตามปกติ น้ำหนักหรือ ปริมาณสูญหายตามธรรมชาติของสินค้า
การบรรจุ สภาพหีบห่อ การใช้ภาชนะขนส่งไม่เหมาะสมหรือไม่ดีพอซึ่งกระทำโดยผู้เอาประกันภัย หรือลูกจ้าง
ความชักช้าในการขนส่งและค่าเสียหายจากการส่งมอบชักช้า
การจงใจละเมิดของบุคคลใดก็ตามเพื่อทำลายยานพาหนะขนส่ง หรือ ทำให้สินค้าที่เอาประกันภัยเสียหาย
นิวเคลียร์
ผู้เอาประกันภัยสามารถเรียกร้องหรือ มีสิทธิ์ได้รับค่าสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์ประกันภัยอื่น
ความเสียหายสืบเนื่องทุกชนิด (CONSEQUENTIAL LOSS)
= คุ้มครอง = ไม่คุ้มครอง

กรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดของผู้ขนส่ง

คุ้มครองความรับผิดของผู้ขนส่งที่มีต่อของ (ทรัพย์สิน) ที่รับขนในระหว่างการขนส่ง หรือ ในช่วงเวลาที่กำหนด
ในหน้าตารางกรมธรรม์โดยทาง รถบรรทุก รถเทรลเลอร์ รถพ่วง รถไฟ เรือฉลอม เรือโป๊ะ จากสถานที่หนึ่งไปยังอีกสถานที่หนึ่งภายในประเทศไทย ตามเงื่อนไขความคุ้มครอง และข้อยกเว้นของกรมธรรม์