การปฏิบัติในที่เกิดเหตุ / ข้อแนะนำ

  1. ขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อรถยนต์เกิดอุบัติเหตุ
    1. หากมีผู้บาดเจ็บให้ดำเนินการส่งผู้ได้รับบาดเจ็บ  เข้าทำการรักษาที่สถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
    2. แจ้งเหตุให้บริษัททราบทันทีเพื่อออกสำรวจอุบัติเหตุ ที่เบอร์โทร  02-869-3333
  2. ขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อรถของท่านชนกับรถคู่กรณี ขณะกำลังรอเจ้าหน้าที่เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ
    1. หากท่านแน่ใจว่าท่านเป็นฝ่ายได้เปรียบเส้นทางแล้ว  อย่ารีบเคลื่อนย้ายรถยนต์ของท่านออกจากที่เกิดเหตุ จนกว่าจะแน่ใจว่าอีกฝ่ายหนึ่งยอมรับผิด หรือพนักงานจราจรมาทำแผนที่เกิดเหตุแล้ว  หรือกรณีที่ไม่แน่ใจว่าฝ่ายใดได้เปรียบเส้นทาง  การเคลื่อนย้ายรถหรือแยกย้ายรถออกจากกัน ท่านอาจถูกปรักปรำจนตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบได้
    2. หากไม่แน่ใจในรูปคดีหรือการซักถามของอีกฝ่าย  ไม่ควรออกความเห็นใดๆ  ที่ท่านไม่แน่ใจว่าจะเป็นผลดีต่อท่านหรือรูปคดีของท่านจนกว่าเจ้าหน้าที่จากบริษัทประกันภัยจะให้คำแนะนำ
    3. จดจำรายละเอียดต่างๆ  ที่จำเป็นของรถยนต์คู่กรณีไว้ เช่น  หมายเลขทะเบียนรถ  ยี่ห้อ  สี เป็นต้น  หรือถ่ายภาพรถคู่กรณีติดแผ่นป้ายทะเบียนรถ เพื่อป้องกันการหลบหนี ไม่ควรรับข้อเสนอหรือประนีประนอมยอมความกับฝ่ายคู่กรณี หากไม่แน่ใจว่าจะคุ้มกับความเสียหาย  ที่จะเกิดขึ้นกับตัวท่าน
    4. หากมีผู้บาดเจ็บ  ให้นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลที่ใกล้เคียงโดยเร็ว
    5. โปรดระลึกเสมอว่าเจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันภัย  สามารถช่วยเหลือท่านได้ หากท่านได้ปฏิบัติถูกต้องตามวิธีการที่กล่าวข้างต้น
    6. กรณีมีข้อขัดข้อง  หรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม  ขอให้ท่านติดต่อบริษัทประกันภัย  เบอร์โทร  02-869-3333
  3. ขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อรถยนต์เกิดอุบัติเหตุ กรณีเป็นฝ่ายถูก
    1. ควรรีบจดทะเบียนรถยนต์ของคู่กรณี ชื่อ  ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ของผู้ขับขี่คู่กรณี และเจ้าของรถคู่กรณี (กรณีที่ผู้ขับขี่รถคู่กรณีไม่ได้เป็นผู้ขับขี่เอง)
    2. ทำบันทึกยอมรับผิดของคู่กรณี
    3. ควรจดชื่อ  ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ของพยานในที่เกิดเหตุไว้
    4. หากตกลงกันได้ ให้แยกย้ายรถยนต์ออกจากที่เกิดเหตุ เพื่อมิให้กีดขวางการจราจร
    5. หากตกลงกันไม่ได้ ให้แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและแจ้งเหตุให้บริษัทประกันภัยทราบทันที
  4. ขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อรถยนต์เกิดอุบัติเหตุ กรณีเป็นฝ่ายผิด
    1. ให้ท่านเขียนชื่อ  ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์แก่คู่กรณีโดยทันที
    2. หากตกลงกันได้ ให้แยกย้ายรถยนต์ออกจากที่เกิดเหตุ มิให้กีดขวางทางจราจร
    3. หากตกลงกันไม่ได้ ให้แจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจและแจ้งเหตุให้บริษัทประกันภัยทราบทันที
    4. รีบแจ้งเหตุให้บริษัทประกันภัยทราบทันที
  5. ขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อรถยนต์เกิดอุบัติเหตุ กรณีไม่ทราบว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิด
    1. แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่เกิดเหตุทราบทันที
    2. อย่าเคลื่อนย้ายรถออกจากที่เกิดเหตุจนกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาถึงที่เกิดเหตุ
    3. แจ้งให้บริษัทประกันภัยทราบในทันที เพื่อออกสำรวจอุบัติเหตุ
  6. ขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อรถยนต์เกิดอุบัติเหตุ กรณีอื่นๆ
    1. กรณีมีผู้ประสบภัยจากรถ  พรบ. (ได้รับบาดเจ็บ  หรือเสียชีวิต)
      1. นำผู้ที่ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล  สถานพยาบาล หรือคลินิกที่ใกล้ และสะดวกที่สุด  เพื่อรับการรักษาโดยเร็ว
      2. จดหมายเลขทะเบียนรถ  ชื่อบริษัทประกันภัย  หมายเลขกรมธรรม์ จากเครื่องหมายแสดงการประกันภัย  พ.ร.บ. ของรถคู่กรณี
      3. แจ้งเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ
      4. แจ้งเหตุให้บริษัทประกันภัยทราบถึงเหตุที่เกิดขึ้น  หรือกรณีไม่มีบริษัทประกันภัยในพื้นที่ ให้แจ้งเหตุที่บริษัท  กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถจำกัด  สายด่วน  1791
      5. ติดต่อขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นและค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัย  หรืออาจมอบอำนาจให้สถานพยาบาลขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นแทนก็ได้ (ท่านต้องขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นภายใน  180 วันนับแต่วันเกิดเหตุ)
      6. กรณีไม่สามารถจำหมายเลขทะเบียนรถที่เฉี่ยวชนได้ ให้ผู้บาดเจ็บนำเอกสาร  (ใบเสร็จรับเงินค่ารักษาพยาบาลต้นฉบับและบัตรประจำตัวประชาชน) ไปติดต่อขอรับค่าเสียหายจากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจากรถ  ซึ่งตั้งอยู่ ณ. สำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจังหวัดในแต่ละจังหวัด
    2. กรณีรถถูกชนแล้วหลบหนี
      1. ให้รีบจดหมายเลขทะเบียน  และรูปพรรณสัณฐาน  (ยี่ห้อ  รุ่น  สี และลักษณะพิเศษอื่นๆ) ของรถยนต์คันที่หลบหนี เพื่อแจ้งความดำเนินคดีต่อไป
      2. ควรจดชื่อ  ที่อยู่ของพยานในที่เกิดเหตุเอาไว้
      3. คัดบันทึกประจำวันที่แจ้งความไว้ติดต่อแจ้งเหตุกับบริษัทประกันภัย
    3. กรณีรถถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยึด ควรติดต่อกับพนักงานสอบสวน  (ร้อยเวรเจ้าของสำนวน) เพื่อให้ตรวจสอบสิ่งของที่มีค่าอยู่ภายในรถยนต์เพื่อลงบันทึกประจำวันเอาไว้เป็นหลักฐานและติดต่อบริษัทประกันภัย  ในทันทีเพื่อดำเนินการต่อไป
    4. กรณีรถประกันภัยสูญหาย
      1. โทรแจ้งศูนย์ป้องกันปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ สายด่วน  1192
      2. แจ้งเหตุให้บริษัทประกันภัยทราบเพื่อตรวจสอบอุบัติเหตุทันที
      3. แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน
      4. คัดสำเนาบันทึกประจำวัน  สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ  และหลักฐานการแจ้งอายัดรถให้บริษัทประกันภัย
    5. บริษัทประกันภัยจะดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายใน  45 วัน  นับแต่วันที่รถประกันภัยสูญหายและแจ้งความร้องทุกข์แล้ว
  7. ขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุ สำหรับการประกันภัยอื่นๆ
    1. รีบดำเนินการแจ้งความเสียหายให้บริษัทประกันภัยทราบทันที โดยแจ้งทางโทรศัพท์, โทรสาร พร้อมทั้งระบุชื่อของท่านหรือบุคคลผู้ประสานงานที่ต้องการให้บริษัทประกันภัยติดต่อ
    2. ดำเนินการบรรเทาทรัพย์สินที่กำลังได้รับความเสียหายไม่ให้ได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้น
    3. กรณีทรัพย์สินเสียหายจากการกระทำของบุคคลภายนอก  ให้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ไว้เพื่อเป็นหลักฐาน
    4. เก็บรักษาทรัพย์สินที่เสียหาย  เพื่อให้บริษัทประกันภัยตรวจสอบ  พร้อมทั้งให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ หรือตัวแทนของบริษัทประกันภัยในการตรวจสอบสภาพความเสียหาย

ขั้นตอน และวิธีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน

  1. เมื่อเจ้าหน้าที่รับแจ้งอุบัติเหตุ จะพิจารณาดังนี้
    1. กรณีไม่จำเป็นต้องใช้ผู้สำรวจ
      1. แนะนำผู้เอาประกันภัย / ผู้รับประโยชน์ / ผู้มีสิทธิเรียกร้อง ไปติดต่อที่ศูนย์ซ่อมมาตรฐาน / ร้านกระจกที่บริษัทประกันภัยมีข้อตกลงในการให้บริการ CLAIM ONLINE เพื่อเปิดเคลมและทำการจัดซ่อม
      2. แจ้งผู้เอาประกันภัย / ผู้รับประโยชน์ / ผู้มีสิทธิเรียกร้อง ติดต่อแผนกพิจารณาสินไหมสำนักงานใหญ่หรือสาขา เพื่อเปิดเคลมและรับใบรายการความเสียหาย
    2. กรณีต้องมีการสำรวจภัย บริษัทประกันภัยจะส่งพนักงานออกสำรวจอุบัติเหตุ โดยพนักงานสำรวจภัยจะดำเนินการดังนี้
      1. เมื่อถึงที่เกิดเหตุ พนักงานสำรวจอุบัติเหตุจะดำเนินการตรวจสอบข้อมูล ลักษณะเหตุ และพิจารณาความคุ้มครองตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัย
      2. ออกใบรายการความเสียหาย (ใบเคลม) ให้กับผู้เอาประกันภัย / ผู้รับประโยชน์ / ผู้มีสิทธิเรียกร้อง แล้วแต่กรณีไว้ เป็นหลักฐานเพื่อให้นำมาติดต่อบริษัทประกันภัย หรือดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไป
      3. กรณีมีประเด็นที่ข้อมูลการสำรวจภัยยังไม่ครบถ้วน หรือ ไม่เข้าเงื่อนไข/ข้อยกเว้นตามกรมธรรม์ให้ออกบัตรติดต่อและนำเสนอบริษัทประกันภัยเพื่อพิจารณา
    3. บริษัทประกันภัย จะจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายใน 15 วัน นับแต่ได้รับหนังสือยินยอมตกลงค่าเสียหายที่ลงนามเรียบร้อยแล้ว
  2. การพิจารณาสินไหม : ค่าซ่อมรถ
    1. กรณีผู้เอาประกันภัย / ผู้รับประโยชน์ / ผู้มีสิทธิเรียกร้อง นำรถยนต์เข้าซ่อมกับอู่คู่สัญญา / ศูนย์ซ่อมห้าง คู่สัญญา
      1. เมื่อผู้เอาประกันภัย / ผู้รับประโยชน์ / ผู้มีสิทธิเรียกร้อง นำรถประกันเข้าซ่อมอู่คู่สัญญา / ศูนย์ซ่อมห้างคู่สัญญาจะเสนอราคาค่าซ่อมผ่านระบบคอมพิวเตอร์
      2. เจ้าหน้าที่แผนกราคา จะดำเนินการพิจารณาจากการเสนอราคาค่าซ่อมรถของอู่คู่สัญญา / ศูนย์ซ่อมห้างคู่สัญญา และอนุมัติการซ่อม
      3. เมื่ออู่คู่สัญญา/ศูนย์ซ่อมห้างคู่สัญญา ดำเนินการจัดซ่อมรถเสร็จ จะส่งมอบรถคืนให้กับทาง ผู้เอาประกันภัย / ผู้รับประโยชน์ / ผู้มีสิทธิเรียกร้อง
      4. ผู้เอาประกันภัย / ผู้รับประโยชน์ / ผู้มีสิทธิเรียกร้อง ตรวจสอบความเรียบร้อยของการจัดซ่อมและลงนามเอกสารการรับรถจากอู่คู่สัญญา / ศูนย์ซ่อมห้างคู่สัญญา
    2. กรณีจัดซ่อมกับอู่นอกสัญญา
      1. รถประกัน
        • ผู้เอาประกันภัย / ผู้รับประโยชน์ / ผู้มีสิทธิเรียกร้อง นำภาพรถยนต์หรือรถยนต์ที่เสียหายมาติดต่อบริษัทประกันภัยพร้อมใบเสนอราคาค่าซ่อมพิจารณาอนุมัติราคาค่าซ่อม เจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัยจะทำการตรวจการจัดซ่อมรถและรับเอกสาร
      2. รถคู่กรณี
        • ตรวจสอบเอกสารประกอบการพิจารณาสินไหมทดแทนตามรายละเอียดดังนี้ คลิกเพื่อดูข้อมูลเอกสารประกอบการพิจารณาสินไหม
      3. เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความเสียหายพร้อมพิจารณาและเจรจาค่าซ่อมตามราคาที่มีในระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อดำเนินออกใบนัดจ่ายตามราคาที่ตกลง
      4. เมื่อผลการเจรจาเป็นที่ยุติ นำราคาที่ยุติ บันทึกไว้ในระบบคอมพิวเตอร์และจัดทำบันทึกลงนามโดยผู้เอาประกันภัย / ผู้รับประโยชน์ /
  3. การพิจารณาสินไหม : ทรัพย์สิน บาดเจ็บ ทุพพลภาพ และเสียชีวิต
    1. ความเสียหายต่อทรัพย์สิน
      1. ผู้เอาประกันภัย / ผู้รับประโยชน์ / ผู้มีสิทธิเรียกร้อง นำภาพถ่ายความเสียหายทรัพย์สินพร้อมใบเสนอราคามาติดต่อบริษัท
      2. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความเสียหายและพิจารณาค่าซ่อมตามราคาที่ผู้เชี่ยวชาญประเมินแจ้งผลดำเนินการภายในระยะเวลา 14 วัน หลังจากที่ได้รับเอกสารครบถ้วน
      3. ดำเนินการเจรจาค่าเสียหายเมื่อผลการเจรจาเป็นที่ยุติ นำราคาที่ยุติบันทึกไว้ในระบบคอมพิวเตอร์และจัดทำบันทึกลงนามโดยผู้เอาประกันภัย / ผู้รับประโยชน์ / ผู้มีสิทธิเรียกร้อง พร้อมออกใบนัดจ่ายเพื่อดำเนินการจ่ายภายในระยะเวลา 15 วัน
    2. ความเสียหายต่อร่างกายและชีวิต (พ.ร.บ.)
      1. ผู้เอาประกันภัย / ผู้รับประโยชน์ / ผู้มีสิทธิเรียกร้อง นำเอกสารประกอบการพิจารณาสินไหมมาติดต่อบริษัท
      2. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและพิจารณาค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัย ที่ผู้เอาประกันภัย / ผู้รับประโยชน์ /ผู้มีสิทธิเรียกร้อง โดยแจ้งผลดำเนินการส่วนเบื้องต้นภายในระยะเวลา 1 วัน และส่วนเกินภายในระยะเวลา 14 วัน หลังจากที่ได้รับเอกสารครบถ้วน
      3. ดำเนินการเจรจาค่าสินไหมทดแทน เมื่อผลการเจรจาเป็นที่ยุติ นำบันทึกไว้ในระบบคอมพิวเตอร์พร้อมจัดทำบันทึกลงนามโดยผู้เอาประกันภัย / ผู้รับประโยชน์ / ผู้มีสิทธิเรียกร้อง พร้อมออกใบนัดจ่ายเพื่อดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทน โดยส่วนเบื้องต้นดำเนินการภายในระยะเวลา 7 วันและส่วนเกินดำเนินการภายในระยะเวลา 15 วัน
  4. ขั้นตอน ระยะเวลา และวิธีการขอรับค่าสินไหมรถยนต์
    1. ค่าสินไหมทดแทนรถยนต์ 1-10,000 บาท จ่ายภายใน 30 นาที
    2. ค่าสินไหมทดแทนรถยนต์ตั้งแต่ 10,001 บาทขึ้นไป จ่ายภายใน 14 วัน
  5. ขั้นตอน ระยะเวลา และวิธีการขอรับค่าสินไหมทดแทน หรือผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยอื่นๆ
    1. รีบดำเนินการแจ้งความเสียหายให้บริษัทประกันภัยทราบทันที โดยแจ้งทางโทรศัพท์, โทรสาร พร้อมทั้ง ระบุชื่อของท่านหรือ บุคคลผู้ประสานงานที่ต้องการให้บริษัทประกันภัยติดต่อ
    2. ดำเนินการบรรเทาทรัพย์สินของท่าน ที่กำลังได้รับความเสียหายไม่ให้ได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้น
    3. ในกรณีทรัพย์สินเสียหายจากการกระทำของบุคคลภายนอก ให้ดำเนินการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่เพื่อเป็นหลักฐาน
    4. เก็บรักษาทรัพย์สินที่เสียหาย เพื่อให้บริษัทประกันภัยตรวจสอบ พร้อมทั้งให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนของบริษัทประกันภัยในการตรวจสอบสภาพความเสียหาย
    5. ผู้เอาประกันภัยส่งเอกสารประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนมายังบริษัทประกันภัย
    6. บริษัทประกันภัยดำเนินการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน ภายใน 5 วัน ในกรณีเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วน
    7. บริษัทประกันภัยแจ้งผลการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน พร้อมหนังสือตกลงค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัย
    8. ผู้เอาประกันภัยลงนามยืนยันในหนังสือตกลงค่าสินไหมทดแทน และส่งกลับมายังบริษัทประกันภัย
    9. เมื่อบริษัทประกันภัย ได้รับหนังสือยืนยันตกลงค่าสินไหมทดแทนและเอกสารประกอบครบถ้วนแล้วบริษัทประกันภัยจะดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยหรือผู้เรียกร้องภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่บริษัทประกันภัยได้รับเอกสารดังกล่าว

การแจ้งอุบัติเหตุ

โทรศัพท์แจ้งเหตุ

กรณีแจ้งอุบัติเหตุ สามารถติดต่อได้ตามช่องทางด้านล่าง

  1. โทรศัพท์แจ้งเหตุ 02-869-3333 สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  2. ติดต่ออู่คู่สัญญา/ศูนย์ซ่อมห้างคู่สัญญา
  3. ติดต่อโดยตรงที่ศูนย์บริการสินไหม,สำนักงานใหญ่ หรือสาขา

CLAIM ONLINE (เปิดเคลมที่ศูนย์ซ่อมมาตรฐาน หรือ ร้านกระจก)

ผู้เอาประกันภัย / ผู้รับประโยชน์ / ผู้มีสิทธิเรียกร้องสามารถนำรถยนต์เข้าซ่อมได้โดยตรง

ไม่ต้องโทรแจ้งบริษัทประกันภัยก่อนโดยเปิดเคลมที่อู่คู่สัญญา / ศูนย์ซ่อมห้างคู่สัญญาหรือร้านกระจก

  • เคลมไม่เกิน 5 ชิ้นหลัก หรือ ค่าแรงไม่เกิน 10,000 บาท
  • ค่าอะไหล่ไม่เกิน 5,000 บาท ศูนย์ซ่อมมาตรฐานเป็นผู้จัดอะไหล่เท่านั้น
  • รายชื่อศูนย์ซ่อมมาตรฐานที่สามารถเปิด CLAIM ONLINE
  • รายชื่อร้านกระจก

ติดต่อโดยตรงที่ฝ่ายสินไหมสำนักงานใหญ่ หรือสาขา

สำนักงานใหญ่

บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน)
เลขที่ 183 อาคารรีเจ้นท์เฮ้าส์ ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทรศัพท์ 02-869-3399

สำนักงานสาขา ทั่วประเทศ

ที่อยู่และแผนที่สาขาต่างๆ https://www.asiainsurance.co.th/wp2web/contact/

การประกันตัว

ในกรณีที่ท่านซื้อความคุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่ในคดีอาญาเมื่อรถของท่านเกิดอุบัติเหตุ และมีการแจ้งข้อหา คดีอาญาจากพนักงานสอบสวน

ที่จะควบคุมตัวผู้ขับขี่ บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) พร้อมที่จะนำหลักทรัพย์ไปประกันตัวผู้ขับขี่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

การประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน

  1. นอกเวลาทำการ ติดต่อคุณอำนวย โคตรพันธ์ เบอร์โทร 084-439-1481 หรือคุณวรพจน์ พิชัย เบอร์โทร 084-439-1477
  2. ในเวลาทำการ ตั้งแต่เวลา 08.30-17.00 น.
    • กรณีเกิดเหตุในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้แจ้งกับพนักงานสำรวจภัยที่มาบริการ หรือแจ้งไปที่ส่วนงานรับแจ้งเหตุ โทร 02-869-3333
    • กรณีเกิดเหตุในต่างจังหวัด ให้แจ้งกับพนักงานสำรวจภัยที่มาบริการ หรือสาขาท้องที่เกิดเหตุนั้น โดยท่านสามารถติดต่อได้ที่แผนกรับแจ้งเหตุ โทร.02-869-3333

การประกันตัวในชั้นอัยการ / ชั้นศาล

ทางบริษัทประกันภัยจะนำหลักทรัพย์ไปประกันตัวได้ตามนัดหมาย ทั้งนี้ ขอให้ผู้ขับขี่ แจ้งให้ทราบล่วงหน้า 3 วัน โดยแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ประกันตัว ชื่อผู้ต้องหาตามบัตรประจำตัวที่ถูกต้อง พร้อมแจ้งจำนวนเงินที่ต้องประกันตัวให้บริษัทประกันภัยทราบ

การปฏิบัติในที่เกิดเหตุ / ข้อแนะนำ สำหรับการประกันภัยทรัพย์สินและการประกันภัยอัคคีภัย

  1. ดำเนินการบรรเทาทรัพย์สินของท่าน ที่กำลังได้รับความเสียหายไม่ให้ได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้น
  2. รีบดำเนินการแจ้งความเสียหายให้บริษัทประกันภัยทราบทันที โดยแจ้งทางโทรศัพท์, โทรสาร พร้อมทั้ง ระบุชื่อของท่านหรือ บุคคลผู้ประสานงานที่ต้องการให้บริษัทประกันภัยติดต่อ
  3. ต้องเก็บรักษาซากทรัพย์สินที่เสียหาย(ถ้ามี) เพื่อให้บริษัทประกันภัยตรวจสอบ พร้อมทั้งให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ หรือตัวแทนของบริษัทประกันภัยในการตรวจสอบสภาพความเสียหาย
  4. ในกรณีที่ทรัพย์สินได้รับความเสียหายจากการกระทำของบุคคลภายนอก จะต้องให้ผู้ละเมิดทำบันทึกยอมรับผิด หรือให้ดำเนินการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่เพื่อเป็นหลักฐาน
  5. ผู้เอาประกันภัยส่งเอกสารประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนมายังบริษัทประกันภัย
  6. บริษัทประกันภัยดำเนินการพิจารณาค่าสินไหมทดแทนโดยเร็วหลังได้รับเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วน
  7. บริษัทประกันภัยแจ้งผลการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน พร้อมหนังสือตกลงค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัย
  8. ผู้เอาประกันภัยลงนามยืนยันในหนังสือตกลงค่าสินไหมทดแทน และส่งกลับมายังบริษัทประกันภัย
  9. เมื่อบริษัทประกันภัย ได้รับหนังสือยืนยันตกลงค่าสินไหมทดแทนและเอกสารประกอบครบถ้วนแล้ว บริษัทประกันภัยจะดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยหรือผู้เรียกร้องภายใน 15 วันทำการนับตั้งแต่วันที่บริษัทประกันภัยได้รับเอกสารดังกล่าว
  10. กรณีมีข้อขัดข้อง หรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ท่านควรโทรติดต่อบริษัทประกันภัย เบอร์โทร 02-869-3399 ต่อ 1201 (ในเวลาทำการ 8.30 – 17.00 น.)

การปฏิบัติในที่เกิดเหตุ / ข้อแนะนำ สำหรับการประกันภัยอุบัติเหตุ

PA CARD

ลูกค้าที่มีบัตรรับรองสิทธิผู้เอาประกันภัย P.A. ของทางบริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) สามารถเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในเครือได้ ในกรณีลูกค้าสำรองจ่ายสามารถส่งเอกสารเข้ามาตั้งเบิกที่ นางสาวจรรยา สายสุด (แผนกสินไหมทั่วไป)  โทร 02-869-3399 ต่อ 1214 E-MAIL : JANYAS@ASIAINSURANCE.CO.TH

การปฏิบัติในที่เกิดเหตุ / ข้อแนะนำ สำหรับการประกันภัยทางทะเลและขนส่ง

ข้อแนะนำเบื้องต้นในการเรียกร้องสินไหมทดแทน

  1. ก่อนการรับมอบสินค้าควรทำการสำรวจสภาพและลักษณะหีบห่อที่บรรจุสินค้า
  2. กรณีพบว่าหีบห่อ หรือสินค้าเสียหาย / สูญหาย ให้ผู้ขนส่งหรือผู้รับฝากสินค้าออกหลักฐานระบุความเสียหายหรือทำเป็นหมายเหตุความเสียหายดังกล่าวลงในใบรับสินค้า
  3. กรณีขนส่งด้วยตู้คอนเทนเนอร์ตรวจสอบความเรียบร้อยของตู้คอนเทนเนอร์และตราผนึก (SEAL) หากเกิดความเสียหายหรือสงสัยว่ามีความเสียหายเกิดขึ้น ควรเก็บหลักฐานพร้อมแจ้งให้ผู้ขนส่ง ตัวแทนเรือและบริษัทสำรวจภัยหรือตัวแทนบริษัทประกันภัยตามชื่อและที่อยู่ที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ทราบในทันที
  4. ท่านต้องยื่นหนังสือเรียกร้องเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้ขนส่ง/ตัวแทนบริษัทเรือรับผิดชดใช้ค่าเสียหายในความผิดที่เกิดขึ้นทันที
  5. กรณีไม่พบความเสียหายขณะรับมอบสินค้า ในภายหลังพบว่ามีความเสียหายเกิดขึ้น ท่านต้องทำหนังสือแจ้งให้ผู้ขนส่ง/ตัวแทนเรือทราบภายใน 3 วัน นับจากวันรับมอบสินค้า
  6. แจ้งตัวแทนและ/หรือบริษัทสำรวจภัยของบริษัทประกันภัยที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ตรวจสอบความเสียหายทันที

ระยะเวลาในการขอรับค่าสินไหมทดแทน

บริษัทได้รับเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วนบริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ภายใน 15-30 วัน หรือตามที่ตกลงกันหลังจากที่ลูกค้าหรือผู้มีสิทธิรับค่าสินไหมทดแทนลงนามในเอกสารตกลงค่าเสียหายและจัดส่งเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องให้แก่บริษัทเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อ

หมายเหตุ: ระยะเวลาดังกล่าว อยู่ภายใต้เงื่อนไขดังนี้
ลูกค้าหรือผู้ที่เกี่ยวข้องได้ชำระเบี้ยประกันภัยให้บริษัทสำหรับกรมธรรม์ที่เกิดวินาศภัยแล้ว

ติดต่อเจ้าหน้าที่

  1. หากต้องการเคลมประกันภัยทางทะเลและขนส่ง ให้กรอกข้อมูลในแบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนประกันภัยทรัพย์สิน ให้ครบถ้วน / จดหมายเรียกร้องความเสียหาย พร้อมกับแนบเอกสาร / หลักฐานประกอบ ส่งมาที่ฝ่ายสินไหมทั่วไป ทาง Email : ajcharawanc@asiainsurance.co.th หรือ Fax : 02-254-9685 หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์มาที่ บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) 183 อาคารรีเจ้นท์เฮ้าส์ ชั้น 12 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 – ฝ่ายสินไหมทั่วไป
  2. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 0-2869-3399 ต่อ 1212

การปฏิบัติในที่เกิดเหตุ / ข้อแนะนำ สำหรับการประกันภัยเบ็ดเตล็ด

ขั้นตอนการเรียกร้องการขอรับค่าสินไหมทดแทน

  1. รีบแจ้งให้บริษัททราบทันทีเมื่อท่านทราบหรือพบความเสียหาย
  2. ให้ความร่วมมือในทุกกรณีทั้งทางด้านการให้และการจัดหาข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น การให้ข้อมูลเบื้องต้นแก่เจ้าหน้าที่บริษัทหรือบุคคลที่บริษัทมอบหมาย ตามที่สอบถาม รวมทั้งให้ ความร่วมมือกับบริษัทหรือบุคคลที่บริษัทมอบหมาย เพื่อเข้ามาสำรวจ ตรวจสอบข้อเท็จจริง สภาพความสูญเสีย ความเสียหาย ประเมินความเสียหาย ฯลฯ
  3. ดำเนินการตามที่เจ้าหน้าที่ของบริษัทหรือบุคคลที่บริษัทมอบหมาย ให้คำแนะนำ
  4. รีบดำเนินการป้องกันหรือบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้น รวมทั้งเก็บทรัพย์ที่ได้รับความเสียหายไว้เพื่อให้บริษัทตรวจสอบ
  5. หากความเสียหายที่เกิดขึ้นสงสัยว่าเป็นการกระทำของบุคคลอื่น เช่น โจรกรรม ให้รีบแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยทันที
  6. บริษัทพิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
  7. บริษัททำจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่บุคคลที่มีสิทธิรับเงินค่าสินไหมทดแทนหากเหตุการณ์และความเสียหายที่เกิดขึ้นได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์
  8. ให้ความร่วมมือกับบริษัทหรือบุคคลที่บริษัทมอบหมาย เพื่อทำการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนแทนคืน ( RECOVERY ) จากบุคคลที่ก่อความเสียหาย การเข้าสำรวจความเสียหาย
  9. กรมธรรม์ไม่ให้ความคุ้มครอง และได้ชี้แจงให้ลูกค้า/ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบแล้วและเห็นด้วย โดยที่ไม่ต้องให้เข้าสำรวจความเสียหาย
  10. ลูกค้า/ผู้ที่เกี่ยวข้องและบริษัทตกลงกันว่าไม่ต้องเข้าสำรวจความเสียหาย และให้ลูกค้า/ผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ส่งเอกสารให้บริษัทเพื่อทำการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเท่านั้น

ระยะเวลาในการขอรับค่าสินไหมทดแทน

เมื่อบริษัทได้รับเอกสารประกอบการพิจารณาครบถ้วนบริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ภายใน 15-30 วัน หรือตามที่ตกลงกัน หลังจากที่ลูกค้าหรือผู้มีสิทธิรับค่าสินไหมทดแทนลงนามในเอกสารตกลงค่าเสียหายและจัดส่งเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้แก่บริษัทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

หมายเหตุ: ระยะเวลาดังกล่าว อยู่ภายใต้เงื่อนไขดังนี้
ลูกค้าหรือผู้ที่เกี่ยวข้องได้ชำระเบี้ยประกันภัยให้บริษัทสำหรับกรมธรรม์ที่เกิดวินาศภัยแล้ว

วิธีการในการขอรับค่าสินไหมทดแทน

  • Email : ajcharawanc@asiainsurance.co.th หรือ Fax : 02-2549685
  • ส่งเอกสารทางไปรษณีย์มาที่ บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) 183 อาคารรีเจ้นท์เฮ้าส์ ชั้น 12 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 – ฝ่ายสินไหมทั่วไป
  • หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร.0-2869-3399 ต่อ 1212

ขั้นตอนและวิธีการดำเนินการตั้งเบิกค่าสินไหมทดแทน ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจและภาคบังคับ

  1. สำเนาใบเคลม
  2. ใบเสนอราคา

วิธีการเสนอราคาและอนุมัติราคา

รถประกัน นำหลักฐานความเสียหาย เข้าไปที่อู่คู่สัญญา หรือศูนย์ซ่อมฯ เพื่อให้ดำเนินการเสนอราคาค่าแรงและค่าอะไหล่ ดังนี้

อู่ที่ไม่ได้ใช้ระบบ E-CLAIM

ให้ส่ง Fax เสนอราคาและใบเคลม มาที่ 02-250-5279 หรือ 02-256-0300 หรือส่ง E-mail ที่ oss@asiainsurance.co.th

อู่ที่ใช้ระบบ E-CLAIM

ให้เสนอราคาผ่านระบบ E-Claim เจ้าหน้าที่ฝ่ายราคาจะอนุมัติราคาบนระบบ EMCS

อู่ที่ไม่ใช้ระบบ E-Claim : เมื่อบริษัทฯ ได้รับ Fax หรือ Mail แล้ว ฝ่ายราคาดำเนินการคุมราคา/ อนุมัติ และแจ้งกลับไปที่อู่หรือห้างฯ นั้นๆ ในกรณีที่บริษัทฯ จัดอะไหล่เอง จะดำเนินการส่งได้ภายใน 2 วันทำการ (กรุงเทพฯ) และ 3 วันทำการ (ต่างจังหวัด) หลังจากมีการอนุมัติให้จัดซ่อม ในกรณีรถเสียหายหนัก บริษัทฯ จะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบเพื่อประเมินความเสียหายเบื้องต้น และทำการประเมินราคาและเสนอเรื่องให้ผู้มีอำนาจตามลำดับขั้น ดำเนินการอนุมัติ โดยเร็ว

การจ่ายค่าซ่อมให้อู่หรือศูนย์ซ่อมมาตรฐาน

บริษัทฯ มีนโยบายชำระค่าซ่อมด้วยวีธีการโอนเงิน ผ่านทางบัญชีธนาคาร ไทยพาณิชย์ จำกัด เท่านั้น โดยจะทำการจ่าย เป็น 2 ครั้ง ตามรายละเอียด ดังนี้

  • วางบิล วันที่ 1-14 โอนเงิน/รับเช็คได้ในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
  • วางบิล วันที่ 15-29 โอนเงิน/รับเช็คได้ในวันที่ 30 ของเดือนถัดไป

**หมายเหตุ หากวันจ่ายตรงกับวันหยุดปกติหรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ ดิวจ่ายจะเลื่อนออกไปเป็นวันทำการถัดไป

เอกสารในการตั้งเบิกค่าซ่อมรถยนต์

  1. สำหรับอู่คู่สัญญาหรือศูนย์ซ่อม
  2. สำหรับลูกค้าเข้าซ่อมอู่นอกเครือ

สำหรับอู่คู่สัญญาหรือศูนย์ซ่อม

  1. ใบเคลมตัวจริง
  2. ใบเสร็จรับเงิน /ใบกำกับภาษี (หากเป็นศูนย์ซ่อมห้างต้องออกใบแจ้งหนี้ ออกในนามบริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด มหาชน)
  3. ใบอนุมัติราคา ถ้ามีรายการเปลี่ยนอะไหล่จะต้องคืนซากให้เรียบร้อยก่อน
  4. ใบรับรถ (กรณีคุมราคาผ่าน EMCS ต้องใช้ใบรับรถของ EMCS เท่านั้น)
  5. สำเนากรมธรรม์
  6. สำเนาใบขับขี่และ/หรือสำเนาบัตรประชาชน (รับรองสำเนาถูกต้อง)
  7. สำเนาทะเบียนรถ
  8. รูปถ่ายก่อน ระหว่าง และซ่อมเสร็จ

กรณีที่อู่นอกเครือจะต้องมีหนังสือมอบอำนาจจากลูกค้าโดยจะต้องระบุให้ทำจ่ายคืนในชื่ออู่ดังกล่าวด้วย (เอกสารของอู่ ประกอบตั้งเบิก 1. หนังสือรับรอง 2 .ภ.พ.20 3.สำเนาทะเบียนบ้าน+บัตรประชาชน ของผู้มีอำนาจ 4. หน้าสมุดบัญชี)

สำหรับลูกค้าเข้าซ่อมอู่นอกเครือ

กรณีผู้เอาประกัน หรือคู่กรณีเข้าซ่อมอู่นอกเครือต้องส่งเรื่องเพื่อคุมราคาก่อนจัดซ่อม ดังนี้ ส่งอีเมล์มาที่ oss@asiainsurance.co.th

FAX : 02-250-5279/02-256-0300 Line@ ……………………(อยู่ระหว่างการดำเนินการ)

หลังจากได้รับใบเสนอราคาแล้ว รอเจ้าหน้าที่ดำเนินการอนุมัติราคา และแจ้งอนุมัติราคากลับ

การตั้งเบิกและเอกสารประกอบการตั้งเบิก

  1. สำหรับผู้เอาประกันจัดซ่อมเอง
  2. สำหรับรถคู่กรณีจัดซ่อมเอง

สำหรับ ผู้เอาประกันจัดซ่อมเอง

ลูกค้าเข้ามาติดต่อที่บริษัทฯ เพื่อวางบิลหรือ ส่งเป็นไปรษณีย์เข้ามา โดยใช้เอกสารดังนี้

  1. ใบเสร็จรับเงินของอู่ที่จัดซ่อม ออกในนามผู้เอาประกันหรือในนามบริษัทฯ (ต้นฉบับเท่านั้น)
  2. ใบเคลมตัวจริง
  3. ใบอนุมัติราคาที่มีการอนุมัติจากเจ้าหน้าที่บริษัทแล้ว
  4. สำเนาบัตรประชาชน/สำเนาใบขับขี่ผู้เอาประกัน. (รับรองสำเนาถูกต้อง)
  5. สำเนากรมธรรม์
  6. รูปถ่ายรถระหว่างซ่อม และ ซ่อมเสร็จ /หรือนำรถเข้ามาตรวจสภาพที่บริษัท
  7. สำเนาหน้าสมุดบัญชี ชื่อบัญชีจะต้องเป็นชื่อผู้เอาประกัน (ในกรณีที่ต้องการให้โอนเงิน)

กรณีที่ผู้เอาประกัน มิได้ มาดำเนินการด้วยตนเองจะต้องทำหนังสือมอบอำนาจ ให้ผู้อื่นมากระทำการแทน และมีเอกสาร ทั้งผู้มอบและผู้รับมอบด้วย

สำหรับ รถคู่กรณีจัดซ่อมเอง

ลูกค้าเข้ามาติดต่อที่บริษัทฯ เพื่อวางบิลหรือ ส่งเป็นไปรษณีย์เข้ามา โดยใช้เอกสารดังนี้

  1. ใบเคลมตัวจริง
  2. ใบคุมราคา ที่มีการอนุมัติราคาจากเจ้าหน้าที่ของบริษัทแล้ว
  3. สำเนาทะเบียนรถ (รับรองสำเนาถูกต้อง)
  4. สำเนาบัตรประชาชน จะต้องมีชื่อตรงกับหน้าทะเบียนรถ (รับรองสำเนาถูกต้อง)
  5. สำเนากรมธรรม์ภาคสมัครใจ / พรบ.
  6. สัญญาประนีประนอมยอมความ
  7. สำเนาหน้าสมุดบัญชี ชื่อบัญชีจะต้องเป็นชื่อที่ตรงกับหน้าทะเบียนรถ (ในกรณีที่ต้องการให้โอนเงิน)

กรณีเจ้าของรถไม่ได้มาดำเนินการด้วยตนเองจะต้องทำหนังสือมอบอำนาจ ให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน กรณีที่มีการซื้อขายรถแต่ยังไม่ได้เปลี่ยนชื่อในทะเบียนรถจะต้องนำสำเนาชุดโอนรถหรือเอกสารการซื้อขายรถมาเป็นหลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของรถด้วย

เอกสารที่ใช้ในติดต่อค่ารักษาพยาบาลและ / หรือค่าสินไหม

กรณีบาดเจ็บ

  1. สำเนาบัตรประชาชนผู้ประสบภัย หรือเอกสารอื่นใดที่ทางราชการออกให้ พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
  2. ต้นฉบับใบเสร็จรับเงิน

กรณีเบิกค่าชดเชย (ผู้ป่วยใน)

  1. สำเนาบัตรประชาชนผู้ประสบภัย หรือเอกสารอื่นใดที่ทางราชการออกให้ พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
  2. ใบรับรองแพทย์ หนังสือรับรองการรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน

กรณีทุพพลภาพ

  1. สำเนาบัตรประชาชนผู้ประสบภัย หรือเอกสารอื่นใดที่ทางราชการออกให้ พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
  2. ใบรับรองแพทย์ และหนังสือรับรองความพิการ
  3. สำเนาบันทึกประจำวันของพนักงานสอบสวน หรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าผู้นั้นได้รับความเสียหายจากการประสบภัยจากรถ

กรณีเสียชีวิต

  1. สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ประสบภัยพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
  2. สำเนาหนังสือเปลี่ยนชื่อ สกุล (ถ้ามี) พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
  3. สำเนาใบมรณบัตรพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
  4. สำเนาใบชันสูตรพลิกศพ พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
  5. สำเนาหนังสือรับรองการตาย (ถ้ามี) พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
  6. สำเนาบันทึกประจำวันของพนักงานสอบสวน หรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าผู้นั้นได้รับความเสียหายจากการประสบภัยจากรถ หรือสำเนาคำพิพากษา (ถ้ามี)

เอกสารในการตั้งเบิกค่าสินไหมทดแทนทั่วไป

การประกันภัยทรัพย์สินการประกันอัคคีภัยและการประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน

  1. กรณีทรัพย์สินเสียหาย ใช้เอกสารประกอบการพิจารณาดังนี้
    1. ใบรับรองความเสียหาย
    2. ใบประเมินราคาค่าซ่อมทรัพย์สินที่เสียหาย
    3. เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เสียหาย
    4. หนังสือมอบอำนาจ กรณีที่เจ้าของทรัพย์สินไม่สามารถมาติดต่อได้ด้วยตนเอง
    5. เอกสารอื่นๆ กรณีที่บริษัทประกันภัยร้องขอเพิ่มเติม
  2. กรณีการประกันอัคคีภัยและการประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน ใช้เอกสารประกอบการพิจารณาดังนี้
    1. หนังสือเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน โดยแจ้งรายละเอียดของทรัพย์สิน, จำนวน, มูลค่าความเสียหายของทรัพย์สินนั้นๆ และลงนามโดยผู้เอาประกันภัย
    2. ภาพถ่ายทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย
    3. ใบเสนอราคาค่าซ่อมแซมหรือใบเสร็จรับเงินของผู้รับเหมา
    4. เอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น รายงานการบำรุงรักษา (ถ้ามี)
    5. สำเนาบันทึกประจำวันของเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่
    6. สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้เอาประกันภัย
    7. สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้เอาประกันภัย
    8. เอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่บริษัทร้องขอ

การประกันภัยอุบัติเหตุ

กรณีการประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ใช้เอกสารประกอบการพิจารณาดังนี้ แบ่งออกเป็น 3 กรณี

  1. กรณีเบิกค่ารักษาพยาบาล
    1. ใบเสร็จรับเงินค่ารักษาพยาบาลฉบับจริง
    2. ใบรับรองแพทย์ฉบับจริง
    3. สำเนาบัตรประชาชนของผู้เอาประกันภัย
    4. สำเนาหน้าบัญชีผู้เอาประกันภัย (กรณีต้องการให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร)
  2. กรณีทุพพลภาพถาวร / สูญเสียอวัยวะและสายตา
    1. ใบรับรองแพทย์ฉบับจริง
    2. สำเนาบัตรประชาชนผู้เอาประกันภัย
    3. สำเนาทะเบียนบ้านผู้เอาประกันภัย
    4. รูปถ่ายการทุพพลภาพ/สูญเสียอวัยวะ (ในกรณีจ่ายผู้รับผลประโยชน์จะต้องแนบเอกสารของผู้รับผลประโยชน์มาด้วย ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน)
  3. กรณีเสียชีวิต
    1. สำเนาใบมรณะบัตร
    2. สำเนารายงานชันสูตรพลิกศพ
    3. บันทึกประจำวันตำรวจ
    4. ใบรับรองแพทย์
    5. สำเนาทะเบียนบ้านผู้เอาประกันภัย
    6. สำเนาบัตรประชาชนผู้เอาประกันภัย
    7. ประวัติการรักษา กรณีเสียชีวิตจากการเจ็บป่วย (ในกรณีจ่ายผู้รับผลประโยชน์จะต้องแนบเอกสารของผู้รับผลประโยชน์มาด้วย ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน)

การประกันภัยทางทะเลและขนส่ง

  1. กรณีความเสียหายสำหรับสินค้า (Cargo Claim)
    1. จดหมาย/เคลมฟอร์ม เรียกร้องค่าสินไหม
    2. กรมธรรม์ Cargo Policy ฉบับจริง
    3. ภาพถ่ายสินค้าที่เสียหาย
    4. ใบกำกับสินค้า (Invoice) และ ใบกำกับหีบห่อสินค้า (Packing List)
    5. ใบตราส่งสินค้า (Bill of Lading หรือ Air Waybill ในกรณีขนส่งสินค้าทางอากาศ)
    6. เอกสารอื่นใดที่ออกโดยผู้ขนส่ง หรือ การท่าเรือฯ / การท่าอากาศยานฯ ซึ่งมีรายละเอียดความเสียหาย หรือสูญหายของสินค้า ตู้คอนเทนเนอร์ เช่น Wharf Survey Note., Short & Overland Cargo list, DMC ฯลฯ
    7. หนังสือตอบรับจากผู้ขนส่ง
    8. เอกสารประกอบเพิ่มเติมอื่นๆ ซึ่งจะแจ้งขอเป็นกรณีไป
  2. กรณีความเสียหายจากประกันขนส่งสินค้า
    1. จดหมาย/เคลมฟอร์ม เรียกร้องค่าสินไหม
    2. กรมธรรม์ Inland Transit Policy ฉบับจริง
    3. Bill of Lading, commercial Invoice, Invoice, Purchase Order, Receipt
    4. Police Report
    5. Photos of damage goods and transportation truck

การประกันภัยเบ็ดเตล็ด

  1. หนังสือเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
  2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน ของผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์บุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องหรือมีสิทธิรับ ค่าสินไหมทดแทนตามที่บริษัทร้องขอ
  3. หนังสือรับรองนิติบุคคลและเอกสารที่เกี่ยวข้อง (กรณีเป็นนิติบุคคล ออกไม่เกิน 6 เดือน)
  4. ใบเสร็จรับเงิน / ใบเสนอราคาซื้อขาย ซ่อมแซม ทรัพย์สิน
  5. บันทึกประจำวัน
  6. สำเนาสัญญาต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
  7. ภาพถ่ายความเสียหาย
  8. เอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

**หมายเหตุ เอกสารดังกล่าวข้างต้น เป็นเพียงเอกสารเบื้องต้นที่จำเป็นต้องใช้ เอกสารที่ใช้ในการประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนอาจมีจำนวนมากกว่าที่กล่าวมา ขึ้นอยู่กับ เช่น ลักษณะของความเสียหาย ประเภททรัพย์สินที่เอาประกันภัย / เสียหาย และกรมธรรม์ประกันภัยที่ใช้ในการเรียกร้อง ฯลฯ